Skip to content
Home » “ทีมไรท์” ชวนตัวแทนพรรคการเมืองตั้งวงรณรงค์ด้านยุติธรรม

“ทีมไรท์” ชวนตัวแทนพรรคการเมืองตั้งวงรณรงค์ด้านยุติธรรม

“ทีมไรท์” ชวนตัวแทนพรรคการเมืองตั้งวงรณรงค์ “ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงจากผู้มีอำนาจทางการเมือง” จี้ สตช.เพิ่มตำรวจหญิงเป็นพนักงานสอบสวนเหยื่อ แก้ปัญหาถูกกระทำซ้ำจากคำถามของตำรวจชาย ขณะ “กลุ่มสีดาไม่ทน” ชี้ถูกขู่ทำร้ายหลังออกโรงช่วยเหยื่อถูกนักการเมืองคุกคามทางเพศ

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน กลุ่มนักการเมืองและนักวิชาการคนรุ่นใหม่ในฐานะนักคิด และนักปฏิบัติ ในนาม “ทีมไรท์” ‘ทำที่ใช่ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง‘ ได้จัดเสวนาเรื่อง “ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง จากผู้มีอำนาจทางการเมือง” เนื่องในวันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล (International Day for the Elimination of Violence against Women) โดยมี ตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วมคับคั่ง ประกอบด้วย ดร.ลีลาวดี วัชโรบล พรรคเพื่อไทย, นางรัดเกล้า สุวรรณคีรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ,ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ พรรคภูมิใจไทย ,นายแทนคุณ จิตต์อิสระ พรรคประชาธิปัตย์,ดร.บุณณดา สุปิยพันธุ์ พรรคพลังประชารัฐ, นางเยาวภา บุรพลชัย พรรคชาติพัฒนากล้า และตัวแทนสีดาจากสีดาไม่ทน ร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ท่ามกลางความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนเข้าร่วมงานคึกคัก

ทั้งนี้ ในการเสวนาได้กล่าวถึงสาเหตุปัญหาที่ทำให้ผู้หญิงยังคงถูกกระทำความรุนแรงอยู่ แม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปผู้หญิงได้รับการยอมรับในสังคมมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้หญิงอีกจำนวนมากยังคงถูกทำร้ายคุกคามทั้งในเรื่องเพศ และเรื่องจิตใจ โดยปัญหาสำคัญคือความไม่เสมอภาคเชิงอำนาจที่แตกต่างกันโดยเฉพาะผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่ามักใช้ความได้เปรียบในการคุกคามต่อผู้หญิง หรือผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา ตามที่เห็นปรากฎเป็นข่าวในสื่อมากมายในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าสังคมไทยยังคงไม่เห็นความสำคัญในการดูแลเหยื่อหรือผู้ถูกกระทำ ทั้งในเรื่องการดำเนินการทางกฎหมาย หรือการตรวจสอบข้อเท็จจริง จนทำให้เหมือนการถูกกระทำซ้ำอีกครั้ง โดยเฉพาะในระบบการสอบสวนในกระบวนการยุติธรรม ในทุกครั้งที่เหยื่อไปแจ้งความจะต้องได้รับคำถามจากตำรวจผู้ชายซ้ำไปมาในคำถามที่ตอกย้ำความเจ็บช้ำน้ำใจ เช่น กรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นโดยนักการเมือง พรรคการเมืองต้นสังกัดก็กลับนำข้อมูลการตรวจสอบที่ควรจะเป็นความลับมาเปิดเผยต่อสาธารณชน ส่วนผู้กระทำผิดกลับไม่ได้มีมาตรการลงโทษอย่างจริงจัง เพียงแค่ตัดเรื่องจบ ขณะที่ผู้เสียหายไม่ได้รับการเยียวยา หรือช่วยเหลือทางจิตใจจากการที่ข้อมูลเสียหายได้ถูกเผยแพร่ไปแล้ว

“ที่ผ่านมากลุ่มสีดาไม่ทนได้รับข้อมูลมากมายจากผู้หญิงที่ถูกกระทำ แต่พวกเธอไม่กล้าบอกใคร เพราะส่วนใหญ่ถูกกระทำจากผู้มีอิทธิพล ผู้มีอำนาจ และจากการที่กลุ่มสีดาออกมาเป็นตัวแทนในการเผชิญหน้าสู้ให้กับผู้หญิงทุกคน กระทั่งล่าสุดพวกเราถูกข่มขู่ทางโซเชียล โดยมีการอัดคลิปขู่ให้พวกเราระวังตัว จะมีการขุดประวัติของพวกเราทุกคนขึ้นมา และยังกล่าวหาว่า การนำเคสขึ้นมาแต่ละเคสเป็นการเซตขึ้นมาซึ่งได้มีการไปแจ้งความไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม กลุ่มสีดาไม่ทนจะขอยืนหยัดช่วยเหลือผู้หญิงถูกคุกคามทางเพศ และขอให้ลุกขึ้นมาต่อสู้และไม่ทนต่อการถูกคุกคามทางเพศ” ตัวแทนกลุ่มสีดาไม่ทนกล่าว

สำหรับ แนวทางแก้ปัญหานั้น ผู้เสวนาเห็นตรงกันว่า รัฐควรเอาจริงเอาจังต่อการใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิด โดยเฉพาะในระบบการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะต้องให้ความสำคัญต่อการปกปิดข้อมูลของเหยื่อ และแนวทางการสอบสวนที่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้ถูกกระทำ ที่ส่วนใหญ่เห็นว่า พนักงานสอบสวนเป็นผู้ชายทำให้เหยื่อไม่สะดวกใจ ดังนั้นจึงควรเพิ่มพนักงานสอบสวนหญิง หรือสหวิชาชีพให้มากขึ้น รวมทั้งรัฐจะต้องสนับสนุนให้มีช่องทางหรือกระบวนการเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หญิง หรือเหยื่อได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที และไม่ถูกกระทำซ้ำ ขณะเดียวกันจะต้องให้ปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้กับเยาวชนที่จะเติบโตต่อไปในอนาคตเห็นความสำคัญเรื่องสิทธิระหว่างหญิงชายไม่ล่วงละเมิดหรือคุกคามกันและกัน

ทั้งนี้ ตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างระบุว่า ในแต่ละพรรคต่างให้ความสำคัญ และพยามผลักดันให้นักการเมืองที่จะเสนอตัวเข้ามารับใช้ประชาชนจะต้องตระหนัก และมีจริยธรรมโดยเฉพาะเรื่องการคุกคามหรือละเมิดทางเพศจากนักการเมืองเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ตัวแทนทีมไรท์ ในฐานะตัวแทนจากพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติให้ความสำคัญกับเรื่องของกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว เพราะเป็นที่ทราบว่านายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคเป็นผู้พิพากษาจึงเข้มงวดในเรื่องของจริยธรรมนักการเมือง ดังนั้นผู้ที่จะเข้ามาร่วมงานในพรรคจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างเข้มข้น และในส่วนของสมาชิกพรรคนักการเมืองรุ่นใหม่ก็ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมต่อต้านความรุนแรงต่อสตรีมาโดยตลอดและจะยังคงเดินหน้ารณรงค์เรื่องนี้ต่อไปอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม หลังเสร็จสิ้นการเสวนา ได้มีการจัดประมูลภาพศิลปะ ผลงานของ อาจารย์ ดร. ไพโรจน์ พิทยเมธี มหาวิทยาลัยศิลปากร และ “น้องอเล็ก” ชนกรณ์ พุกะทรัพย์ ศิลปินเด็กออทิสติกไทย เพื่อนำรายได้มอบให้สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์ในการสนับสนุนการทำงานเพื่อเด็กและสตรีในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ

สำหรับ การจัดเสวนาดังกล่าวเป็นการจัดกิจกรรมรณรงค์การยุติความรุนแรงต่อสตรีในทุกรูปแบบ จากหลายประเด็น ทั้งเรื่อง ค่านิยม กฎหมาย ศาสนา หรือ แม้แต่กระทั่งอำนาจ ที่ทำให้เกิดปัญหา ผู้หญิงโดนข่มเหง เอารัดเอาเปรียบ หรือ โดนทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อเป็นการปลุกจิตสำนึกของสังคมไทย ต่อการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง ทั้งจากภัยในโลกออฟไลน์ และโลกไซเบอร์ โดยมี ทีมไรท์ ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิชาการ นักคิด นักปฏิบัติ นักการเมืองรุ่นใหม่ เยาวชน และประชาชนที่สนใจ รวมตัวกันจัดกิจกรรมรณรงค์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนและผลักดันประเทศไทยไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป