Skip to content
Home » ถึงเวลาปฏิรูปครั้งใหญ่ ‘เอกนัฏ’ ยกระดับอุตสาหกรรมเดินหน้าสู่ยุค 5.0 เต็มกำลัง

ถึงเวลาปฏิรูปครั้งใหญ่ ‘เอกนัฏ’ ยกระดับอุตสาหกรรมเดินหน้าสู่ยุค 5.0 เต็มกำลัง

วันที่ 31 มีนาคม 2568 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Industry 5.0 ยกระดับอุตสาหกรรมไทย ก้าวข้ามความท้าทายเศรษฐกิจโลก” ประชุมสามัญประจำปี 2568 ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ภายใต้แนวคิด “Driving Green Industries, Sustaining Thailand’s Future ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่ออนาคตไทยที่ยั่งยืน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแถลงผลงานการดำเนินงานของ ส.อ.ท. รอบปี 2567
.
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ท่ามกลางปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ที่บั่นทอนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่วันนี้ประเทศไทยยังมีโอกาสพลิกฟื้นภาวะเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 5.0 โดยอาศัยความได้เปรียบด้านความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องนำมาเป็นจุดแข็งเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้กำหนดนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ชัดเจน เพื่อสร้างโอกาสและสร้างการเจริญเติบโตให้กับภาคอุตสาหกรรม โดยใช้หัวและใจในการทำงานเพื่อมุ่งสู่ “การปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” หรือนโยบาย 3 ปฏิรูป 3 แนวทาง
.
ปฏิรูปที่ 1 จัดการกากสารพิษ ที่ทำร้ายชีวิตประชาชน โดยการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมทั้งระบบ เพื่อคืนน้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชน เช่น การแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากการเผาอ้อยในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย โดยส่งเสริมการเข้าถึงเครื่องจักรกลการเกษตร สนับสนุนการใช้ประโยชน์จากใบและยอดอ้อยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า สนับสนุนเงินทุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการเผาอ้อย การแก้ไขกฎหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืน เช่น การปรับปรุง พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 โดยเพิ่มโทษการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม น้ำเสีย อากาศเสีย จากโทษปรับ เป็นจำคุกหรือทั้งจำทั้งปรับ เพิ่มอายุความจาก 1 ปี เป็น 5 ปี การจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร ด้วยการผลักดันให้โรงงานอุตสาหกรรมเข้าประกอบการในเขตนิคมอุตสาหกรรม การคัดแยก/กำจัดขยะและกากอุตสาหกรรมอย่างถูกต้อง
.
ปฏิรูปที่ 2 สร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันของ SMEs ไทย ด้วยการปกป้องและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผู้ประกอบการไทย เช่น การป้องกันการนำเข้าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน โดยสร้างความเท่าเทียมด้านกฎระเบียบและภาษีระหว่างร้านค้าที่มีหน้าร้านในไทย ผู้ประกอบการออนไลน์ที่อยู่ในไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และผู้ประกอบการออนไลน์ต่างประเทศ ยกตัวอย่างการดำเนินงานที่กระทรวงฯ กำลังเร่งผลักดัน คือ การใช้ Big Data และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI ตรวจจับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานใน E-Commerce ของประเทศ การแก้กฎระเบียบ/บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมในการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า กระบวนการผลิตสินค้าและวัตถุอันตรายและการนำเข้าที่ต้องควบคุมเป็นการทั่วไปในเขต Free Zone การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยผลักดันมาตรการ “Made in Thailand” และ “SME GP” ส่งเสริม SMEs และสตาร์ทอัพให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยีและความรู้
.
ปฏิรูปที่ 3 สร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมุ่งเน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแปรรูปเกษตรมูลค่าสูง เครื่องมือแพทย์ ป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมพื้นฐานที่สำคัญ เช่น อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า การขับเคลื่อนการสร้างเกษตรมูลค่าสูง โดยปรับโครงสร้างภาคการเกษตร ยกระดับการพัฒนาสู่เกษตรอุตสาหกรรม ผ่านการดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ได้แก่ การกำหนดชนิดและคุณภาพวัตถุดิบในการผลิตของโรงงาน การส่งเสริมการทำเกษตรทันสมัย การเพิ่มผลิตภาพภาคการเกษตร การสนับสนุนเครื่องจักรที่ทันสมัย การบริหารต้นทุนของเกษตรกร และการสร้างนักธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมสีเขียวของประเทศ (Green GDP) มีมูลค่าสูงขึ้น และปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรม (เฉพาะโรงงานจำพวก 3) ที่เข้าโครงการอุตสาหกรรมสีเขียวแล้วร้อยละ 91 ซึ่งเรามีเป้าหมายในปีนี้ ให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องเข้าโครงการทั้งหมด 100% และในปี 2570 ครึ่งหนึ่งของสถานประกอบการอุตสาหกรรมจะต้องเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 3 หรือมีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ และคาดหวังว่าธุรกิจจะสามารถยกระดับไปสู่ระดับ 5 ได้ในท้ายที่สุด หรือมีการสร้างเครือข่ายสีเขียวครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
.
สำหรับ 3 แนวทาง ภายใต้นโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ แนวทางที่ 1 สร้างความร่วมมือ พันธมิตร ห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปอุตสาหกรรม โดยการปรับมาตรการและสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดการลงทุน ส่งเสริมอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้สามารถเข้าเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมหลักต่าง ๆ ของโลก แนวทางที่ 2 สร้าง Ease of Doing Business เช่น การปรับกฎหมายและภารกิจเข้าสู่ภาครัฐดิจิทัล โดยการให้บริการผ่านระบบออนไลน์ แบบ One Stop Service ได้แก่ ระบบขออนุมัติ/อนุญาต (e-License) ระบบกำกับดูแล (e-Monitoring) ระบบรับชำระเงิน (e-Payment) และระบบรายงานข้อมูล (e-Report) รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แนวทางที่ 3 จัดตั้งกองทุนเพื่อการปฏิรูปอุตสาหกรรมเพื่อความยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทั้ง Hard Skills และ Soft Skills โดยเฉพาะกำลังคนกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในสายอาชีพและอาชีวศึกษา บุคลากรภาคอุตสาหกรรมและบุคลากรศักยภาพสูง เช่น นักพัฒนาเทคโนโลยีผู้เชี่ยวชาญทักษะ STEM เพื่อเตรียมพร้อมในการปรับตัวสู่การทำงานร่วมกับ AI ในยุคของการปฏิรูปอุตสาหกรรม
.
กระทรวงอุตสาหกรรม มีความมุ่งมั่นในการสร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจยุคใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก นำพาอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่อุตสาหกรรม 5.0 เร่งดึงดูดนักลงทุนชาวต่างชาติให้เข้ามาลงทุน เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศและผู้ประกอบการและก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นภายในประเทศ โดยได้จัดทำมาตรการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการปฏิรูปอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
.
“ประเทศเราจำเป็นต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมภายใต้บริบทความท้าทายในยุคอุตสาหกรรม 5.0 (Industry 5.0) ที่มีความซับซ้อนทางเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งเป็นภารกิจใหญ่ของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถทำให้แล้วเสร็จได้เพียงข้ามคืน และไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องมีการสานพลังจากทุกภาคส่วน ซึ่งจะเป็นพลังหนึ่งที่สำคัญอย่างมากที่ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยของเราสามารถก้าวสู่ประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมที่จะจับมือพาทุกคนฝ่าฟันวิกฤต และหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง เพื่อก้าวเดินไปด้วยกันสู่การสร้างเศรษฐกิจใหม่ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยสู่เศรษฐกิจโลกต่อไป และทั้งหมดนี้ คือ นโยบายและมุมมองของกระทรวงอุตสาหกรรมในการเดินหน้าประเทศไทย เพื่อก้าวข้ามความท้าทายเศรษฐกิจโลก” นายเอกนัฏ กล่าวทิ้งท้าย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า