วันที่ 21 มีนาคม 2568 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า ภายหลังจากได้รับข้อมูลว่ามีขบวนการลักลอบนำเข้า “ฝุ่นแดง” มาหลอม เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งฝุ่นแดงเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นของเสียเคมีวัตถุตามบัญชี 5.2 ของประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 รวมทั้งเข้าข่ายเป็นของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซล ซึ่งจากข้อมูลพบความเชื่อมโยงว่ามีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกระจายอยู่ในหลายจังหวัด จึงได้สั่งการ “ทีมตรวจการสุดซอยกระทรวงอุตสาหกรรม” ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูล นำโดย นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม ที่ได้เข้าตรวจสอบบริษัท หัวจง อุตสาหกรรม จำกัด เนื่องจากมีข้อมูลที่ซัดทอดมายังบริษัทฯ ว่าเป็นโรงงานที่นำเข้าฝุ่นแดงโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ จากการตรวจสอบพบว่ามีการประกอบกิจการบางส่วนที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการอนุญาต ไม่มีเอกสารตรวจความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า ระบบกำจัดมลพิษอากาศไม่มีประสิทธิภาพ และพบการลักลอบปล่อยน้ำเสียจากกระบวนการผลิตออกนอกบริเวณโรงงานโดยไม่ผ่านระบบบำบัด ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายแก่ประชาชนและสิ่งแวดล้อมที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
.
นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้ใช้อำนาจตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สั่งการให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการในส่วนการผลิตหลักทันที และสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงานให้เป็นไปตามเงื่อนไขการอนุญาต พร้อมสั่งดำเนินคดีบริษัทและกรรมการบริษัทอีกด้วย
.
“จากข้อเท็จจริงและการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลเพื่อหาความเชื่อมโยงของผู้ที่เกี่ยวข้องในการนำเข้าฝุ่นแดงโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งในจังหวัดปทุมธานี ชลบุรี ระยอง และสมุทรสาคร ได้มีการสั่งขยายผล หาความเชื่อมโยงผู้กระทำผิดเพื่อนำมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อหยุดขบวนการนำเข้าฝุ่นแดงโดยไม่ได้รับอนุญาต แฝงตัวเป็นผลิตภัณฑ์ส่งขายยังต่างประเทศ ทิ้งภาระการจัดการมลพิษไว้ในประเทศไทย ซึ่งจากนี้จะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการสกัดและเฝ้าระวังการลักลอบหรือสำแดงเท็จ เพื่อนำเข้าของเสียที่ห้ามนำเข้าหรือต้องขออนุญาตก่อนนำเข้ามาในประเทศ” นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวทิ้งท้าย

