วันที่ 15 มีนาคม 2568 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบมาตรการลดค่าไฟฟ้า สำหรับกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน จำนวน 16.05 สตางค์ต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง เมษายน 2568 โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้อาศัยในพื้นที่ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่เป็นรายย่อยของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟฝ.) และผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่บริการของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ โดยส่วนลดจากมาตรการดังกล่าวในรอบเดือนที่ประชาชนได้ชำระไปแล้วนั้น จะมีการคิดคืนย้อนหลังให้ในรอบบิลถัดไป ตามการเสนอของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
.
การลดค่าไฟฟ้าและพลังงานเชื้อเพลิงนั้น เป็นนโยบายหลักที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องราคาเพื่อลดภาระให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อหาแนวทางปรับลดค่าไฟมาตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2567 เพื่อหาทางปรับลดค่าไฟให้ได้ต่ำกว่า 4 บาทต่อหน่วย ซึ่งต้องปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างและหลักเกณฑ์หลายอย่าง
.
นอกจากนี้รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานโดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เตรียมจะเสนอร่างกฎหมายส่งเสริมการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์เข้าสู่สภาฯ ซึ่งจะเป็นอีกมาตรการหนึ่งในการช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้ทางสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบร่างกฎหมายฯ ให้แล้วเสร็จ และจะเร่งนำเข้าสู่กระบวนการทำประชาพิจารณ์ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 15-20 วัน ก่อนนำส่งเข้าสภาฯ
.
“ขณะนี้ ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดไฟฟ้า เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน และเสริมสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ รัฐบาลขอแนะนำให้ประชาชนปรับการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน เช่น ตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งหลังใช้งาน และเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED แทนหลอดไส้
.
”รัฐบาลขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินนโยบายด้านพลังงานที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยั่งยืน โดยจะดำเนินมาตรการทุกด้านเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากพลังงานสะอาด ลดภาระค่าไฟฟ้า และเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว รัฐบาลพร้อมเดินหน้าปรับปรุงโครงสร้างพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงพลังงานในราคาที่เป็นธรรม และร่วมกันสร้างอนาคตด้านพลังงานที่มั่นคง เป็นธรรมและ ยั่งยืน“ นางสาวศศิกานต์ ระบุ
