วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงผลการเลือกตั้ง 47 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ว่า ส่วนใหญ่ผู้ที่ชนะการเลือกตั้งได้เป็นนายกอบจ. จะเป็นคนเก่าที่ทำงานพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าคนในพื้นที่ตัดสินใจเลือกคนที่ผลงาน ซึ่งการเมืองท้องถิ่นครั้งนี้แม้ว่าจะมีพรรคการเมืองลงไปสนับสนุนอย่างชัดเจนก็ตาม แต่ก็มีอีกหลายพื้นที่ที่ผู้สมัครเลือกลงสมัครในนามอิสระไม่สังกัดพรรค จึงยังไม่สามารถวัดผลเชื่อมโยงการเมืองระดับชาติได้ทั้งหมด แต่ในส่วนของพรรคประชาชน ที่มีการลงไปหาเสียงอย่างเต็มรูปแบบ ประหนึ่งเหมือนการเลือกตั้งระดับชาติ ทั้งตัวนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล รวมถึงแกนนำคนสำคัญอีกหลายคน ได้ทุ่มสรรพกำลังลงพื้นที่อย่างหนักและคาดหวังจะชนะในหลายจังหวัด แต่ท้ายที่สุดกลับได้มาแค่อบจ.ลำพูน ที่เดียวเท่านั้น ตนเองจึงมองว่านี่เป็นภาพสะท้อนถึงกราฟการเมือง ที่เมื่อกระแสขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้ว สุดท้ายจะคืนสู่สามัญ วนลงมาสู่จุดเริ่มต้น โดยในสมัยพรรคก้าวไกลเดิมได้สร้างกระแสทางการเมืองจนได้รับเลือกตั้งในปี 2566 แต่เมื่อได้เข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายค้านและอีกหลายประเด็นในสภา ผ่านการถูกยุบพรรคและเปลี่ยนมาเป็นพรรคประชาชน ผลการทำงานต่าง ๆ ก็ได้สะท้อนให้ประชาชนได้เห็น และตัดสินใจผ่านการเลือกตั้งท้องถิ่นในครั้งนี้ ซึ่งพรรคประชาชนเองก็ต้องนำประเด็นเหล่านี้กลับมาทบทวนตัวเองอย่างหนักด้วยเช่นกัน
.
เมื่อถามว่าในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลที่แข่งขันกันเองอย่างดุเดือดในศึกเลือกตั้งอบจ.ท้องถิ่นครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อการเมืองระดับชาติหรือไม่นั้น นายธนกร กล่าวว่า ตนเองมองว่าไม่เกี่ยวกัน เมื่อเลือกตั้งอบจ. จบ ผู้ที่ได้รับเลือกก็เดินหน้าทำงานให้กับประชาชนต่อไป ส่วนการเมืองใหญ่ระดับชาติ ในพรรคร่วมรัฐบาลเองก็ต้องเดินหน้าทำงานให้กับประชาชนทั้งประเทศต่อเนื่องเช่นกัน ไม่มีเรื่องใดที่จะเป็นปัญหาสร้างความแตกแยกที่จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลทำงานร่วมกันต่อไม่ได้
.
“ในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีเครือข่ายลงสมัคร ซึ่งเป็นคนทำงานในพื้นที่มาตลอด และก็ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน 4-5 จังหวัด ก็พร้อมทำงานให้กับท้องถิ่นอย่างเต็มที่ ทั้งนี้เชื่อว่าในพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค เราต่างรู้บทบาทหน้าที่ของตนเองดีที่จะต้องมุ่งทำงานให้กับประชาชนและประเทศชาติอย่างเต็มกำลังในเวลาที่มีอยู่ ส่วนการแข่งขันทางการเมืองเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่จะต้องแข่งขันกันตามกติกา แต่ไม่ได้เป็นความขัดแย้งตามที่มีการวิเคราะห์กัน โดยพรรคร่วมรัฐบาลยังคงเดินหน้า แข่งกันทำงานให้กับประชาชนและเพื่อภาพรวมของประเทศเป็นสำคัญ” นายธนกร ระบุ
