Skip to content
Home » “หมู่เปาเปียว” เข้าพบ “พีระพันธุ์” ขอบคุณช่วยประสานปมขาดเอกสารบิดา

“หมู่เปาเปียว” เข้าพบ “พีระพันธุ์” ขอบคุณช่วยประสานปมขาดเอกสารบิดา

“หมู่เปาเปียว” นำพวงมาลัยเข้าพบ ขอบคุณ “พีระพันธุ์” หลังช่วยประสาน รร.เตรียมทหาร ปมขาดเอกสารบิดา

จากกรณี ส.ต.ต.พิจักษณ์ ทองใสเกลี้ยง ผบ.หมู่ ฝทว.7 ทว. ปรก.ฝอ.ทว. หรือ หมู่เปาเปียว เปิดใจถึงเส้นทางชีวิตของตัวเอง ลุ้นจะได้เรียนในโรงเรียนเตรียมทหาร เหล่าตำรวจหรือไม่ หลังตามหาพ่อแท้ ๆ ไม่เจอ รู้อีกทีตัวเองถูกเก็บมาเลี้ยง หลังแม่คลอดลูกในคุก ในสูติบัตรตนไม่ปรากฏชื่อบิดาโดยกำเนิด

วันนี้ ( 8 พ.ค..67 ) เวลา 13.15 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ส.ต.ต.พิจักษณ์ ทองใสเกลี้ยง ผบ.หมู่ ฝทว. 7 ทว. ปรก.ฝอ.ทว. หรือ หมู่เปาเปียว นำพวงมาลัยเข้าพบ ขอบคุณ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และรมว.กระทรวงพลังงาน หลังช่วยติดต่อประสานเรื่องที่ขาดคุณสมบัติหรือเอกสารของบิดาที่จะต้องใช้ในการยื่นให้กับโรงเรียนเตรียมทหาร

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวตนได้มีการสอบสวนเบื้องต้น และเชิญแม่ทั้ง 2 คน มาพูดคุย รวมถึงได้มีการให้คนไปตรวจสอบพื้นที่ และเชื่อว่าบิดาของหมู่เปาเปียว มีตัวตนจริงๆ และเป็นคนไทยแน่นอน แม้วันนี้จะยังไม่เจอตัว แต่คนในพื้นที่รู้จัก จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูว่า จะสามารถช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง โดยมีอธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นต้นทาง ที่ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น และทางรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ช่วยดูแลและพยายามให้ความเป็นธรรม

“ผมขอให้หมู่เปาเปียว ประสบความสำเร็จ และทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ดูแลประชาชน ให้นึกถึงว่าตัวเองเคยผ่านเรื่องเดือดร้อนมาเยอะ วันนี้ได้มีโอกาสดูแลคนอื่นก็ขอให้ทำให้เต็มที่”นายพีระพันธุ์ กล่าว

ด้าน ส.ต.ต.พิจักษณ์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนมากราบขอบคุณท่านพีระพันธุ์ หลังได้ช่วยติดต่อประสานเรื่องที่ตนขาดคุณสมบัติ หรือขาดเอกสารของพ่อ ที่จะต้องใช้ในการสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร เหล่านายร้อยตำรวจ ซึ่งท่านพีระพันธุ์ บอกว่าเห็นถึงความพยายาม มุมานะ และเห็นว่าตนเป็นตำรวจที่ดี จึงเมตตายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

“ก่อนหน้านี้ ผมไม่เคยรู้จักท่านพีระพันธุ์ กระทั่ง ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ได้พาผมเข้าไปพบท่านและพูดคุยกับท่าน”ส.ต.ต.พิจักษณ์ กล่าว

ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มี พล.ต.อ.วินัย ทองสอง ได้ติดต่อประสานกับทางโรงเรียนเตรียมทหาร และโรงเรียนเหล่าฯ รวมถึงติดต่อให้ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจทราบถึงเรื่องนี้แล้วด้วย

ทั้งนี้ สาเหตุที่ตนไม่เข้าเกณฑ์ในการเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมทหารนั้น เนื่องจากในสูติบัตรไม่ปรากฎชื่อของบิดาโดยกำเนิด จึงทำให้ไม่มีเอกสารของบิดา ที่จะต้องยื่นให้กับทางโรงเรียนเตรียมทหารได้ ซึ่งมองว่าเงื่อนไขนี้อาจเป็นการปิดกั้นโอกาสของเด็กรุ่นใหม่ ที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นข้าราชการทหาร ตำรวจ เพราะด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เรื่องแบบนี้ของแต่ละครอบครัวจึงไม่เหมือนกัน บางคนพ่อกับแม่อาจจะให้กำเนิดมาโดยไม่ตั้งใจ หรือไม่ได้อยากมีลูก จึงทำให้ขาดเอกสารเหมือนตน หรือบางคนอาจจะต่างออกไปแต่คล้ายคลึงกัน

อย่างไรก็ตาม กว่าจะมาถึงจุดนี้ตนใช้เวลา 5-6 ปี มีความตั้งใจที่จะเป็นตำรวจตั้งแต่เด็ก มีความชอบส่วนตัว รวมถึงมีน้ารับราชการตำรวจด้วย ตนจึงพยายามสอบเข้าตั้งแต่มัธยมตอนปลาย