Skip to content
Home » “อนุชา บูรพชัยศรี” โต้กลับฝ่ายค้านโครงการแลนด์บริดจ์

“อนุชา บูรพชัยศรี” โต้กลับฝ่ายค้านโครงการแลนด์บริดจ์

“อนุชา บูรพชัยศรี” โต้กลับฝ่ายค้านโครงการแลนด์บริดจ์ และยุทธศาสตร์ชาติเป็นเข็มทิศของประเทศเป็นเรื่องปกติที่ทุกประเทศต้องมีวิสัยทัศน์ทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนอย่าได้มองเป็นเรื่องการเมือง

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 นายอนุชา บูรพชัยศรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารายงานผลการพิจารณาศึกษา ญัตติ เรื่องการศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว โดย นายอนุชาได้ชี้แจงหลังจากมีสมาชิกอภิปรายพาดพิง ว่า สมาชิกพรรคก้าวไกลได้อภิปรายถึงรัฐบาลชุดที่แล้วพาดพิงถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ มีการกล่าวถึงยุทธศาสตร์ชาติว่า ทำไมรัฐบาลชุดนี้ถึงนำโครงการจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมามาทำต่อ เป็นมรดกมาจากรัฐบาลชุดก่อน จึงจำเป็นต้องชี้แจงว่า ยุทธศาสตร์ชาติเป็นเข็มทิศของประเทศไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเผด็จการ หรือไม่เผด็จการ เป็นเรื่องปกติที่ทุกประเทศต้องมีวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า ทำอะไรให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน มีการพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตรงนี้ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องโครงการต่างๆ

สำหรับ โครงการแลนด์บริดจ์ หรือโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติ ที่เราต้องมี เพื่อเป็นการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ถ้าพิจารณารายงานฉบับนี้ในเรื่องเนื้อหา ในเรื่องเทคนิค ในเรื่องประเด็นที่อยู่ในรายงานกรรมาธิการฯ คงไม่ต้องชี้แจงบ่อยครั้ง แต่ปรากฏว่า มีสมาชิกอภิปรายเรื่องการเมืองซึ่งไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในรายงานฉบับนี้ ตนจึงจำเป็นจะต้องชี้แจง

“ถ้าพูดในประเด็นเหตุผล เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับเนื้อหา ของรายงานฉบับนี้ ผมมั่นใจว่า ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยกรรมาธิการฯ พร้อมจะชี้แจง แต่ถ้ามีการพาดพิงไปถึงรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะผมก็เป็นส่วนหนึ่ง ก็ต้องชี้แจง เรามีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาประเทศชาติไปสู่แนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม ไม่ได้คิดเรื่องการเมืองทั้งสิ้น อย่าคิดว่ารัฐบาลชุดนี้เอาโครงการของรัฐบาลชุดที่ผ่านมาทำต่อ อย่าว่าเป็นมรดกตกทอดจากรัฐบาลเผด็จการเพราะปี 2562 ก็มีการเลือกตั้งปกติ พรรคอนาคตใหม่ก็ลงเลือกตั้ง ดังนั้นถ้าพูดอะไรที่นอกเหนือจากรายงานฉบับนี้กรรมาธิการฯจำเป็นต้องชี้แจง”นายอนุชากล่าว